เทคนิคการโน้มน้าวใจลูกน้องในการทำงานแบบง่ายๆ

 

เมื่อรู้ว่าวันนี้จะต้องคุยกับลูกน้องสักคนเพื่อที่จะโน้มน้าวใจให้เขาเกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน ผู้เขียนเองจะใช้เวลาในการเตรียมตัว นึกถึงคำพูดที่ตัวเองจะพูดเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น  เพราะเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการนึกถึงลูกน้องคนนั้น นึกถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเขา นึกถึงสิ่งที่เขาจะพูด

ในอดีต ความรู้สึกนึกคิดของเจ้าของกิจการอย่างตัวผู้เขียนเอง คิดว่าลูกน้องที่ทำงานกับเรา ควรต้องจะมีความเกรงกลัวเราอยู่ลึกๆ เพื่อการกำหนดผลลัพธ์ของงานเราจะได้ควบคุมได้แบบไม่ยาก แต่นั่นกลับเป็นการพิสูจน์ว่าผลงานของลูกน้องที่ทำให้กับเรานั้นมันจะออกมาอย่างแคระแกนสิ้นดี เป็นผลงานที่ต่อยอดอะไรไม่ได้เลย  ถ้ามองตามเหตุผลที่เราตั้งใจตั้งแต่แรกคือให้เขาทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการ ซึ่งเขาก็ทำงานได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการแล้วนี่ แล้วทำไมเรายังไม่พอใจอีก เมื่อมาพิจารณาดีๆอีกทีพบว่าการทำงานของลูกน้องเราเป็นการทำงานแค่เพียงสักแต่ว่าทำไป ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมใดๆกับงานนั้นเลย แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เขาไม่ทำงานแบบสักแต่ว่าทำไป และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองใส่ลงไปในงานที่ทำได้อย่างเต็มที่

 

การโน้มน้าวใจ

 

บังเอิญมีโอกาสได้ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านมีชื่อว่า  “100 วิธี ทำให้คนยอมทำงานให้เราด้วยความเต็มใจ และมีแรงจูงใจที่ดี” ของ Steve Chandler & Scott Richardson  ซึ่งก็จะบอกเทคนิคการทำให้คนยอมทำงานให้เราสารพัดจนครบ 100 วิธีตามชื่อหนังสือนั่นแหละครับ ถ้าจะให้ยกมากล่าวถึงกันทั้งหมด 100 วิธี บทความนี้ก็คงจะยาวเกินไป จึงขอหยิบมาเพียงบางส่วนที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกสะดุดกับชีวิตจริงโดยบอกเล่าผ่านบทความนี้ละกันนะครับ  บางส่วนในหนังสือที่ว่านั้นเขียนไว้ว่า  พวกเขาไม่สามารถทำงานกับบุคคลที่พวกเขาไม่สามารถทำให้ผ่อนคลายได้ เมื่อเขาไม่ผ่อนคลาย เขาก็จะไม่เปิดใจรับคำแนะนำใดๆ  จากข้อความตรงนี้ ผู้เขียนขอขยายความต่อไปว่า คนระดับหัวหน้า หรือผู้จัดการส่วนใหญ่พยายามจะสร้างข้อตกลงกับลูกน้อง ที่กลับทำให้ความกลัวที่อยู่ในใจของลูกน้องเพิ่มมากขึ้นเมื่อการมอบหมายงานได้ดำเนินไปเรื่อยๆ  โดยความกลัวนั้นได้สกัดกั้นความคิดดีๆที่สร้างสรรค์ของเขาไปเรียบร้อยแล้ว  แล้วหัวหน้าจะสร้างข้อตกลงด้วยวิธีใด เพื่อที่จะไม่กระตุ้นความกลัวในใจของลูกน้องซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาพยายามปกป้องตัวเอง

คำตอบก็คือ  การถามคำถามแบบสร้างสรรค์ เพราะคำถามที่สร้างสรรค์จะเป็นสิ่งที่ยกย่องความคิด และความรู้สึกของลูกน้อง คำถามในลักษณะนี้ จะเป็นคำถามที่เขาผ่อนคลาย และอยากตอบ

คนอื่นไม่ต้องการให้เราขายความคิดของเราให้กับพวกเขาหรอก พวกเขาล้วนต้องการที่อยากมีความคิดเป็นของตัวเอง  ลูกน้องต้องการทำสิ่งต่างๆด้วยความคิดของเขา มิใช่ของเรา  นี่คือเคล็ดลับของการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน  ความคิดการปกป้องตัวเองจากคำสั่งที่รู้สึกไม่เห็นด้วยจะถูกปลุกขึ้นมาแบบอัตโนมัติ  ยิ่งถ้าหัวหน้าไม่เข้าใจถึงความคิดนี้ คุณอาจเผลอไปกระตุ้นให้พวกเขาตอบสนองต่อความกลัวมากยิ่งขึ้น  สิ่งที่คนระดับหัวหน้า หรือผู้จัดการสามารถที่จะทำได้ดี ก็คือ การถามอย่างสุภาพ และปล่อยให้พนักงานที่อยู่ภายใต้การนำของเราได้คิด  ได้พูด  และแสดงความมุ่งมั่นด้วยตัวเอง สิ่งที่จะเอาไปทำนั้นเขาต้องรู้สึกให้ได้ว่า มันมาจากหัวสมองของเขาเอง   พันธะสัญญาในใจจะเกิดขึ้นกับตัวของเขาเอง แล้วเขาจะกลับไปมุ่งมั่นงานนั้นด้วยตัวเองอย่างเต็มที่  ซึ่งนี่คือหนึ่งในวิธีการโน้มน้าวใจลูกน้องให้ทำงานให้เราอย่างเต็มใจ

 

ที่มา www.entraining.net

edit @ 20 Dec 2013 16:15:01 by entraining

Comment

Comment:

Tweet